คำถามที่ดิฉันได้รับบ่อยที่สุดจากเจ้าของ SME คือ "อันนี้หักภาษีได้มั้ย?" — และคำตอบที่ดิฉันมักจะให้คือ "ขึ้นอยู่กับ 3 ข้อ"
การหักค่าใช้จ่ายของบริษัทเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ว่ามีใบเสร็จก็หักได้ มันมีหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ และมีหลายกรณีที่ผู้ประกอบการ มั่นใจ ว่าหักได้ แต่จริงๆ แล้วหักไม่ได้
หลักเกณฑ์ 3 ข้อ ที่ทุกค่าใช้จ่ายต้องผ่าน
ค่าใช้จ่ายที่จะหักได้ทางภาษี (deductible expense) ต้องผ่าน 3 เกณฑ์พื้นฐาน:
หลักการพื้นฐานของค่าใช้จ่ายทางภาษี
- เกี่ยวข้องกับธุรกิจ — เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจการ (Business purpose)
- มีหลักฐานชัดเจน — ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ หรือสัญญา ที่ระบุชื่อบริษัทเป็นผู้จ่าย
- ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย — ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่กฎหมายห้ามหัก เช่น สินบน ค่าปรับ
ทั้ง 3 ข้อ ต้องผ่านครบ ไม่ใช่แค่ 2 จาก 3 — และนี่คือจุดที่หลายคนเริ่มสับสน เพราะเอกสารบางใบ "เกี่ยวกับธุรกิจ" แต่ ไม่มีหลักฐาน ที่ถูกต้อง
ค่าใช้จ่ายที่หักได้ — กลุ่มที่พบบ่อย
เพื่อให้เห็นภาพชัด มาดูค่าใช้จ่ายที่ หักได้ ในธุรกิจ SME ทั่วไป:
หมวด 1 · ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
- ค่าเช่าสำนักงาน · โกดัง · พื้นที่ขาย
- ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ของสำนักงาน
- ค่าโทรศัพท์ของบริษัท (ถ้ามีสัญญาในนามบริษัท)
- ค่าซ่อมบำรุงสำนักงาน อุปกรณ์ เครื่องจักร
- ค่าวัสดุสำนักงาน · เครื่องเขียน · กระดาษ
หมวด 2 · ค่าใช้จ่ายบุคลากร
- เงินเดือนพนักงาน · โบนัส · OT
- ประกันสังคม (ส่วนของนายจ้าง)
- เบี้ยประกันชีวิตกลุ่ม ประกันสุขภาพพนักงาน
- ค่าใช้จ่ายในการอบรม-สัมมนา
- เครื่องแบบพนักงาน (ที่จำเป็นต่องาน)
หมวด 3 · ค่าใช้จ่ายการขาย-การตลาด
- ค่าโฆษณา ค่ายิงแอด
- ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย
- ค่า packaging สินค้า
- ค่ารับรองลูกค้า — มีเงื่อนไข (ดูด้านล่าง)
หมวด 4 · ค่าวิชาชีพและบริการภายนอก
- ค่าทำบัญชี · ค่าตรวจสอบบัญชี
- ค่าที่ปรึกษากฎหมาย · ที่ปรึกษาธุรกิจ
- ค่า software/subscription ที่ใช้ในงาน
- ค่าธรรมเนียมธนาคาร
8 จุดที่ "ดูเหมือนหักได้" แต่จริงๆ หักไม่ได้
ส่วนนี้คือสิ่งที่ทำให้เจ้าของ SME ปวดหัวที่สุด — ค่าใช้จ่ายที่ เกี่ยวกับธุรกิจ แต่กฎหมายกำหนดว่าหักไม่ได้ทั้งหมด หรือมีเพดาน
ระวัง — 8 หมวดที่หักไม่ได้
1. ค่ารับรอง (เกินเพดาน 0.3% ของรายได้ หรือ 10 ล้าน) · 2. ของขวัญ-ของชำร่วยลูกค้า (เกิน ฿2,000/คน/ปี) · 3. ค่าบริจาคที่ไม่ใช่หน่วยงานที่ขึ้นทะเบียน · 4. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการ-ผู้ถือหุ้น · 5. ค่าปรับ-เบี้ยปรับ · 6. ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบกำกับ/ใบเสร็จ · 7. ค่าเสื่อมราคาที่เกินอัตราที่กำหนด · 8. สำรองที่ตั้งโดยพลการ ไม่ตรงตามมาตรฐาน
01 · ค่ารับรองที่เกินเพดาน
ค่ารับรองลูกค้า เช่น เลี้ยงข้าว ดื่ม ของขวัญ — กฎหมายให้หักได้แค่ 0.3% ของรายได้ หรือสูงสุด 10 ล้านบาทต่อปี อะไรเกินจากนี้ต้องบวกกลับเป็น กำไรทางภาษี
02 · ของขวัญลูกค้าเกินมูลค่า
ของขวัญลูกค้าหักได้ไม่เกิน ฿2,000 ต่อคนต่อปี และต้องเป็นของที่มีตราสินค้าของบริษัท
03 · ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ปนกัน
นี่คือจุดที่ SME ใหญ่พลาดบ่อย — ค่าน้ำมันรถส่วนตัวของกรรมการ ค่าโทรศัพท์ที่ใช้ทั้งส่วนตัวและงาน ค่ารับรองที่จริงๆ คือไปเที่ยวกับครอบครัว — ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของบริษัท
04 · เงินที่จ่ายให้กรรมการที่ไม่ได้ทำงาน
เงินที่จ่ายให้กรรมการที่ไม่มี หน้าที่งานจริง (เช่น เป็นกรรมการเพราะถือหุ้น แต่ไม่ทำงานในบริษัท) — สรรพากรอาจถือเป็นเงินปันผลแทน และหักไม่ได้
05 · ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐาน
เงินสดที่จ่ายไปโดยไม่มีใบเสร็จ — หักไม่ได้ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจแค่ไหน นี่คือเหตุผลที่ระบบบัญชีต้องเข้มงวดกับใบเสร็จทุกใบ
06 · ค่าปรับ-เบี้ยปรับ
ค่าปรับสรรพากร ค่าจราจร ค่าปรับสัญญา — กฎหมายห้ามหักทั้งหมด
07 · ค่าเสื่อมราคาเกินอัตรา
สินทรัพย์ถาวรมี อัตราค่าเสื่อมขั้นต่ำ ที่กรมสรรพากรกำหนด ถ้าบริษัทใช้อัตราสูงกว่า ส่วนที่เกินต้องบวกกลับ (เช่น คอมพิวเตอร์ขั้นต่ำ 20% ต่อปี — ถ้าใช้ 50% ส่วนเกิน 30% บวกกลับ)
08 · สำรองที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน
การตั้งสำรอง หนี้สงสัยจะสูญ ต้องตรงตามเกณฑ์ของสรรพากร — ลูกหนี้ที่ค้างเกิน 6 เดือนพร้อมเอกสารทวงถาม จึงตั้งสำรองและหักภาษีได้
หลักฐานที่ต้องเก็บ — ไม่ใช่แค่ใบเสร็จ
กฎหมายกำหนดว่าธุรกิจต้องเก็บเอกสารทางภาษี 5 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบแสดงภาษีในรอบบัญชีนั้น สรรพากรสามารถเรียกตรวจย้อนหลังได้
ตามกฎหมาย
ในนามบริษัท
หลังเกิดรายการ
เอกสารที่ควรเก็บไว้ทุกครั้ง ไม่ใช่แค่ใบเสร็จ:
- ใบกำกับภาษี ตัวจริง พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย
- สัญญา/ใบเสนอราคา สำหรับงานบริการที่มูลค่ามาก
- หลักฐานการชำระเงิน — สลิปโอน, statement
- หลักฐานการรับสินค้า/บริการ — ใบส่งของ, รายงานการประชุม
การจัดเก็บเป็นระเบียบไม่ใช่แค่เรื่องของการรอ audit — มันลดเวลาในการตอบสรรพากรลงเหลือหลักวันเมื่อมีการเรียกตรวจ
ในมุมของที่ปรึกษา ดิฉันแนะนำเสมอว่า — ก่อนถามว่า "หักได้ไหม" ให้ถามก่อนว่า "เรามีหลักฐานครบไหม" เพราะคำตอบส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น